หลังจากใช้เวลาแรมปีห้ำหั่นคัดสรรจากทั่วทุกทวีปจนได้ทีมเข้าร่วมในรอบสุดท้ายจนครบ 32 ชาติแล้ว วันนี้เราจะได้ทราบกันสักทีว่าในรอบสุดท้าย ที่รัสเซีย ชาติใดจะถูกจับให้อยู่ในกลุ่มใด จะพบคู่แข่งที่แข็งแกร่งขนาดไหน
โดยงานในครั้งนี้จะได้ตัว แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตศูนย์หน้าระดับตำนานทีมชาติอังกฤษมาทำหน้าที่เป็นพิธีกรหลักดำเนินรายการคู่กับทาง มาเรีย โคมานด์นาย่า นักข่าวสาวจากรัสเซียเจ้าภาพ และจะมีผู้ช่วยในการจับฉลากเป็นอดีตนักเตะดังอีก 8 รายด้วยกัน อันได้แก่ ดิเอโก้ มาราโดน่า, กอร์ดอน แบงก์ส, มิโรสลาฟ โคลเซ่, โลร็องต์ บลองก์, คาฟู, คาร์ลอส ปูโยล, ดิเอโก้ ฟอร์ลัน และฟาบิโอ คันนาวาโร่
การจับฉลากจะมีการแบ่งทีมแบ่งเกรดออกเป็น 4 โถ เปลี่ยนแปลงจากเดิมเล็กน้อย จากเดิมที่นำผลงานในอดีตมาคิดร่วมกับอันดับฟีฟ่า เวิลด์แรงกิ้ง แต่ล่าสุดเป็นนำเอาเฉพาะอันดับในฟีฟ่า เวิลด์แรงกิ้ง เดือนตุลาคมมาคิดเลย โดยชาติที่อยู่ในโถเดียวกันจะไม่มีสิทธิ์ถูกจับมาอยู่กลุ่มเดียวกัน และชาติจากโซนเดียวกันก็จะไม่ได้มาเจอกันเองในรอบแรก ยกเว้นชาติในยุโรปเท่านั้นที่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกิน 2 ชาติ
จากการจัดแบบนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ชาติยักษ์ใหญ่มาเจอกันเองเร็วเกินไป แต่กระนั้น "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งมีชื่ออยู่ในโถ 2 ก็ยังมีโอกาสเจองานช้างอาจถูกจับให้ไปอยู่กลุ่มเดียวกับ บราซิล, อาร์เจนตินา, เยอรมนี และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นทีมวางในโถแรก
สำหรับการแบ่งโถวางลำดับทีมวางในรอบสุดท้ายแบ่งได้ตามนี้ (ตัวเลขข้างหลังคืออันดับฟีฟ่า เวิลด์แรงกิ้งเดือนตุลาคม)
โถ 1 : เยอรมนี(1), บราซิล(2), โปรตุเกส(3), อาร์เจนตินา(4), เบลเยียม (5), โปแลนด์(ุ6), ฝรั่งเศส(7) และรัสเซีย (95,สิทธิ์เจ้าภาพ)
โถ 2 - เม็กซิโก (16), อังกฤษ (12), สเปน (8), โครเอเชีย (18), อุรุกวัย (17), โคลอมเบีย (13), สวิตเซอร์แลนด์ (11), เปรู (10)
โถ 3 - อิหร่าน (34), ตูนิเซีย (28), คอสตาริก้า (22), อียิปต์ (30), ไอซ์แลนด์ (21), เดนมาร์ก (19), เซเนกัล (32), สวีเดน (25)
โถ 4 - ญี่ปุ่น (44), เกาหลีใต้ (62), ซาอุดิอาระเบีย (63), ไนจีเรีย (41), โมร็อคโค (48), ปานามา (49), ออสเตรเลีย (43), เซอร์เบีย (38)
























