วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ซาร์รี่ โกรธจัด!!!! ลั่น!เตรียมคุยทนายดำเนินการฟ้องนสพ.ต้นเรื่อง ยันข่าวคุย "ยูเว่" ไม่จริง

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ นาโปลี ทีมแกร่งในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกมาขู่ว่าเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับสื่อที่ตีข่าวว่าเจ้าตัวได้ไปพบปะพูดคุยกับฝั่งของ ยูเวนตุส ทีมคู่แข่งร่วมลีกเกีร่ยวกับเรื่องการโยกย้ายไปคุมทัพในถิ่น ตูริน

สือเนื่องมาจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี จะออกจากตำแหน่งกุนซือ "ยูเว่" ในตอนจบซีซั่นนี้ ทางทัพ ม้าลาย จึงวางแผนเตรียมหาเฮดโค้ชเป็นการเร่งด่วน โดยมีชื่อของ เปาโล ซูซ่า กุนซือของ ฟิออเรนติน่า ถูกเชื่อมโยงด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา "อิล เทมโป้" หนังสือพิมพ์ในกรุงโรม อิตาลี อ้างว่า ซาร์รี่ ได้พบกับยอดทีมแห่งตูรินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดเฮดโค้ช "อัซซูร่า" ออกมาตอบโต้ว่า "หนังสือพิมพ์ที่อ้างว่าผมไปพบกับยูเวนตุสนั้น เดี๋ยวผมจะคุยกับทนายความเพื่อดำเนินการฟ้องร้อง เพราะมันเป็นการอ้างข่าวสารที่หลอกลวงสิ้นดี"

จัดหนัก!!ฮามันน์ดึงสติ"หงส์"


"หงส์แดง"กำลังอยู่ในช่วงที่ผลงานดิ่งเหวหลังจากที่เริ่มปี 2017 มาพวกเขายังไม่ชนะในเกมลีกเลย โดยเป็นการเสมอ 3 แพ้ 2

เยอร์เก้น คล็อปป์ นำลูกทีมออกสตาร์ทฤดูกาลนี้อย่างหวือหวาและมีช่วงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วย แต่ด้วยฟอร์มล่าสุดอย่างที่กล่าวข้างต้นทำให้ตอนนี้พวกเขาร่วงหลุดออกจากกลุ่มท็อปโฟร์ แถมยังร่วงตกรอบบอลถ้วยทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย

ฮามันน์ที่เคยพาทีมสร้างปาฏิหาร์ย์ที่อิสตันบูลปี 2005 บวกกับเป็นแชมป์เอฟเอคัพและลีกคัพอย่างละสองสมัย รวมถึงยูฟ่าคัพและยูฟ่า ซูเปอร์คัพด้วยนั้น ออกมาบอกว่าลิเวอร์พูลความกลับไปเช็คสถานะความเป็นจริงของทีมในตอนนี้

"ปัญหาสำคัญที่สุดคือ อะไรคือสิ่งที่คนในสโมสรรวมถึงตัวนักเตะเองเข้าใจว่าลิเวอร์พูลเป็น และแท้จริงแล้วพวกจุดไหน" ฮามันน์เริ่ม

"มันมีช่องว่างที่ใหญ่มากระหว่างความเข้าใจนั้นกับความเป็นจริง คล็อปป์ต้องสู้เพื่อเปลี่ยนความคิดนั้น ไม่ใช่แค่ในทีมแต่ในแง่ของสโมสรทั้งหมด ทุกคนจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นอีกร้อยเปอร์เซนต์เพื่อที่จะนำลิเวอร์พูลกลับมาสู่จุดที่พวกเขาเคยเป็น"

"ปัญหาส่วนหนึ่งคือสโมสรสร้างความสนใจอย่างมากไปทั่วโลก ผู้คนดูเหมือนจะยังคิดว่าพวกเขายังเป็นหนึ่งในทีมที่เป็นแรงผลักดันในยุโรป ซึ่งพวกเขาไม่ใช่"

"เหตุผลที่สโมสรยังดึงดูดความสนใจได้อยู่นั้นเพราะคนในยุค 70 และ 80 นั้นไร้เทียมทาน ซึ่งนั่นไม่ได้เกี่ยวกับผู้เล่นในปัจจุบันเลย และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 8-10 ปีหลัง ถ้าคุณดูข้อเท็จจริงในช่วงเวลาดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามันค่อนข้างเป็นหายนะ"

"สโมสรจำเป็นต้องตรวจสอบความเป็นจริงว่าทุกอย่างที่กำลังทำลงไปนั้นเป็นอย่างที่ควรเป็นหรือไม่"

"ผมไม่ได้บอกว่าเจ้าของทีมไม่หนุนหลังเยอร์เก้น คล็อปป์นะ เพราะเขาได้รับเงินจำนวนหนึ่งในการใช้จ่าย แต่ชุดความคิดภายในทั้งหมดสโมสรจำเป็นต้องเปลี่ยน เรื่องนั้นถูกส่งผ่านมาถึงทีม พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมเยือนอาร์เซนอลกับเชลซี แต่จากนั้นพวกเขาแพ้ฮัลล์, เบิร์นลีย์ และวูล์ฟ"

"บางครั้งสโมสรและทีมเชื่อในความหวือหวาของตัวเอง คุณต้องมีความคงเส้นคงวา มันไม่สำคัญว่าคุณจะไม่แพ้มา 10 หรือ 20 เกม ถ้าลิเวอร์พูลไม่สามารถจบอันดับท็อปโฟร์และไม่มีถ้วยโชว์หลังจบฤดูกาลมันเป็นคือความน่าผิดหวัง จบนะ"

"ก่อนคริสต์มาสหลายคนยกพวกเขาเป็นหนึ่งในตัวเต็งพรีเมียร์ลีก มันยากที่จะอธิบายฟอร์มแย่ต่อเนื่องที่ตามมาภายหลัง โอเคคุณสามารถแพ้ได้ ทีมส่วนใหญ่ก็สะดุดกันในระหว่างซีซั่น แต่การที่มีช่วงเวลาที่ผลการแข่งน่าผิดหวังแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้"

"ความพึงพอใจเป็นปัญหาสำคัญที่ตอนนี้สโมสรกำลังประสพ คนเชื่อว่า -เราคือลิเวอร์พูล ยังไงเราก็โอเค- ไม่เลย พวกเขาไม่โอเคเพราะหลายคนภายในสโมสรคิดว่าถ้าคุณขยายสัญญา 4 ปีให้ผู้จัดการทีม มันเป็นการทำให้เข้าใจว่าหลายอย่างมันยอดเยี่ยม ในเมื่อพวกเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น"

"ผู้จัดการทีมจำเป็นต้องตรวจสอบทีมอย่างอย่างรอบคอบ แต่จำเป็นต้องมีขั้นตอนของการคิดผ่านตัวสโมสรทั้งหมดถ้าพวกเขาอยากจะทำสิ่งที่เป็นไปได้ให้ดีที่สุดด้วยตัวผู้เล่นที่พวกเขามี" เขาทิ้งท้าย

เป๊ปกางโปรเจ็กต์ยักษ์โละ11หนุ่มพร้อมช็อปปิ้งอีก200ล้าน


"เดอะ ซัน" แทบลอยด์ชื่อดังเผยว่าจากผลงานไม่สู้ดีนักรั้งอันดับ 3 ของตารางตามหลังจ่าฝูง "สิงห์บลูส์" เชลซี ถึง 10 คะแนน ขณะที่เหลืออีก 14 นัดเท่านั้นโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกริบหรี่เต็มทน ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ได้มองเห็นว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันยังไม่ดีพอ

ด้วยเหตุนี้เองโค้ชเป๊ปวางแผนจะโละ 11 ผู้เล่นส่วนเกินนำทัพโดย ยาย่า ตูเร่, โจ ฮาร์ท,เฮซุส นาบาส,กาแอล กลิชี่,บาการี่ ซานญ่า,ปาโบล ซาบาเลต้า ,วิลลี่ กาบาเญโร่ ,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ,นิโคล่า โอตาเมนดี้,วิลเฟรด โบนี่ และ เอยาควิม ม็องกาล่า เป็นต้นรวมกันแล้วจะช่วย "ซิตี้" ประหยัดค่าใช้จ่ายสัปดาห์ละ 1 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน "เรือใบสีฟ้า" พร้อมจัดหนักอนุมัติ 200 ล้านปอนด์ให้ กวาร์ดิโอล่า กุนซือจับจ่ายใช้สอยแข้งที่ต้องการไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์-เอริค โอบาเมยอง หอกโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์,ดาบิด อลาบา ฟูลแบ็คบาเยิร์น มิวนิค, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เซนเตอร์ฮาล์ฟเซาแธมป์ตัน,ไคล์ วอล์คเกอร์ และ แดนนี่ โรส ดูโอจากท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

โดยแหล่งข่าววงในเผยถึงโปรเจ็กต์ดังกล่าวว่า"เป๊ปยังไม่ถือว่าจับจ่ายใช้สอยอย่างจริงๆจังๆมันแค่เริ่มต้นเท่านั้น แต่เขาจะใช้จ่าย 200 ล้านปอนด์เพื่อสู่เป้าหมายและความสำเร็จของเขาในฤดูกาลหน้า"

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"ปาเยต" ซัดฟรีคิกปลิดวิญญาณ เบิกสกอร์แรกหลังซบ "โอแอม"


        ดิมิทรี ปาเยต เพลย์เมกเกอร์ป้ายแดง โอลิมปิก มาร์กเซย ซัดประตูแรก นับตั้งแต่ย้ายจาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด กลับมาค้าแข้ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.25 พันล้านบาท) ช่วงเปิดตลาดฤดูหนาว ด้วยลูกฟรีคิกสุดสวยที่แฉลบกำแพง นาที 76 เอาชนะ แก็งก็อง 2-0 ที่สนาม สตาด เวโลโดรม คืนวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


ลัลลานา!!! เตรียมจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 4 ปี ฟันค่าเหนื่อย 1.5 แสนปอนด์(ประมาณ 7.5 ล้านบาท)

อดัม ลัลลานา แนวรุกสารพัดประโยชน์ ลิเวอร์พูล เตรียมจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 4 ปี ฟันค่าเหนื่อย 1.5 แสนปอนด์ (ประมาณ 7.5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ หลังโชว์ฟอร์มน่าประทับใจ ฤดูกาล 2016-17
       
        มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ล่าสุด รายงานจาก “เดอะ เทเลกราฟ” หนังสือพิมพ์หัวดังเมืองผู้ดี ระบุ ทั้ง 2 ฝ่าย จ่อบรรลุข้อตกลงค้าแข้งถิ่น แอนฟิลด์ ถึงปี 2021
       
        ลัลลานา วัย 28 ปี ย้ายจาก เซาแธมป์ตัน ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (1.25 พันล้านบาท) ช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ปัจจุบันผลงานกำลังพีกสุดขีด แม้ถูกปรับถอยต่ำมาปั้นเกมแดนกลาง ลงสนาม 26 เกม ยิง 7 ประตู รวมทุกรายการ
       
        อดีตนักเตะ บอร์นมัธ กลายเป็นขุนพลรายล่าสุดที่จะปักหลักกับ “หงส์แดง” ระยะยาว ต่อจาก ฟิลิปเป คูตินโญ เพลย์เมกเกอร์บราซิเลียน ที่เพิ่งตอบรับข้อเสนอ 5 ปี ค่าจ้าง 2 แสนปอนด์ (ราว 10 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เดือนมกราคมที่ผ่านมา นับเป็นสถิติสูงสุดของสโมสร

'คอสต้า'ให้เครดิต'ดร็อกบา'มีส่วนช่วยให้เจอความสำเร็จ


ดิเอโก้ คอสต้ากองหน้าของเชลซีให้เครดิตกับดิดิเยร์ ดร็อกบามีส่วนช่วยให้เจอความสำเร็จกับสโมสรในตอนนี้ หลังเป็นคนที่คอยให้กำลังใจและกระตุ้นรวมถึงได้ดูอดีตหอกลงซ้อมก็ช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นอีก

ดร็อกบาอยู่ในช่วงเล่นให้กับ"สิงห์บลูส์"เป็นหนที่สองตอนคอสต้าย้ายมาในฐานะตัวแทนระยะยาว โดยแม้แข้งค่าตัว 32 ล้านปอนด์เซ็นสัญญาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ตำนานสโมสรจะกลับมาแต่ในช่วงปรีซีซั่นดร็อกบาก็ได้รับการต้อนรับกลับสู่ค็อบแฮมก่อนแล้ว

ดร็อกบาผ่านการคว้าแชมป์ใหญ่ๆมา 12 สมัยและได้รับการโหวตจากแฟนๆให้เป็นนักเตะยอดเยี่มของสโมสรในปี 2012 ส่วนในปี 2014 เขาก็อายุ 36 และใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูกาลนั่งดูคอสต้าซัดไป 21 ประตู

ถึงแม้คอสต้ากับดร็อกบาจะเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งกันโดยตรงแต่อดีตแข้งทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ก็ยังปฏิบัติต่อเขาอย่างยอดเยี่ยม และคอสต้าเองก็ตามดูดร็อกบาตั้งแต่ก่อนย้ายจากแอตเลติโก้ มาดริดอีก

"ผมมองดร็อกบาเป็นตัวอย่างให้ทำตามในตำแหน่งหน้าเป้ามาโดยตลอด"คอสต้าให้สัมภาษณ์กับ the Evening Standard

"แค่ได้ดูเขาซ้อมก็ช่วยผมได้แล้ว แค่ดูเขาเฉยๆผมก็ทึ่งแล้ว นี่เป็นเพราะ แล้วผมไม่ได้แต่งเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเองนะ ผมมักดูเชลซี(ก่อนย้ายมาร่วมทีม) ที่แน่นอนล่ะว่าเป็นสโมสรใหญ่ เพื่อดูดร็อกบาโดยเฉพาะ เขาโด่งดังและทุกคนก็พูดถึงเขา ถึงขนาดผมชอบดูเขาในตอนเล่นให้ไอวอรี่ โคสต์ด้วย"

"ตอนผมย้ายมาที่นี่ เขาไม่เคยเย็นชาใส่ผมเลย ค่อนข้างตรงข้ามด้วย ผมไม่ได้เกรงกลัวเขาหรอกนะแต่เขาเป็นเหมือนตำนานที่ช่วยให้สโมสรเติบโตและเป็นส่วนนึงในเรื่องทั้งหมดนั้น"

"เขาสร้างประวัติศาสตร์กับที่นี่เลยจะเมินผมก็ได้แต่ก็ไม่ เขายอดเยี่ยมกับผมอยู่ตลอด ผมจะมีความทรงจำที่ดีต่อเขาติดตัวไปตลอดและเมื่อไหร่ที่ผมเจอเขาก็จะขอบคุณเขา มันไม่ได้ง่ายเสมอไปหรอกสำหรับคนที่มีประวัติศาสตร์มากมายจะอยู่ในจุดๆนั้น"

"ผมเล่นได้ดี, ยิงประตูและเขาก็ให้กำลังใจผมกระตุ้นผม โดยที่คนอื่นอาจไม่ได้ทำในแบบเดียวกัน ผมเคารพในตัวเขา"

กองเชียร์ ดอร์ทมุนด์ ชูป้ายขอโทษสาวกไลป์ซิกโดนทำร้าย

  แฟนบอล โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชูป้ายผ้าขอโทษกองเชียร์ ไลป์ซิก ระหว่างเกม เดเอฟเบ โพคาล รอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เมื่อวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ กรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงก่อนหน้าเกม บุนเดสลีกา ที่ "เสือเหลือง" เปิดถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ชนะ ไลป์ซิก 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธี่ผ่านมา

          ก่อนหน้าเกมดังกล่าวเกิดเหตุวุ่นวายนอกสนาม เมื่อแฟนบอลทีมเยือนโดนแฟนเจ้าถิ่นปาด้วยก้อนหินและกระป๋อง ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย และสุนัขตำรวจ 1 ตัวด้วย โดยเวลาต่อมาตำรวจจับกุมผู้กระทำผิดได้รวม 28 ราย พร้อมกับตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย, ทำลายสิ่งของ และพกพาวัตถุระเบิดในที่สาธารณะด้วย

          ทั้งนี้ระหว่างเกม เดเอฟเบ โพคาล ซึ่ง ดอร์ทมุนด์ ชนะ แฮร์ธ่า ในการดวลจุดโทษ 3-2 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1 นั้น กองเชียร์ "เสือเหลือง" ร่วมกันชูป้ายประณามความรุนแรงและความวุ่นวาย พร้อมขอโทษแฟนบอล ไลป์ซิก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย